เคล็ด..ในการคัดควักกระเป๋าที่นอนให้เหมาะเจาะพร้อมด้วยตนเอง

เตียงดีไม่มีหัก แต่ก่อนที่คุณจะออกไปเลือกซื้อที่นอน น่าจะเตรียมหาคำเฉลยกับคำถามกลุ่มนี้ไว้เก่า

จะทำให้การเลือกสรรที่นอนง่ายขึ้น ไม่เสียเวลาแต่เช่นใด   วิเคราะห์ความตั้งใจและภาวะร่างกายของตนเอง

เพราะเหตุไรถึงต้องสำรวจตัวเองก็เพราะหลาย ๆ ท่านมักจะมีอุปสรรคกับภาวะร่างกาย เช่น ปวดหลัง ปวดเอว

จึงจำเป็นต้องหาที่นอนที่สามารถค่อยยังชั่วอาการเหล่านี้ได้หรืออย่างน้อยจะต้องไม่ทับถมให้ท่าทางหนักขึ้นไปอีก  ด้วยกันใครที่ชอบนอนที่นอนแข็งๆ ก็ต้องหาข่าวว่าที่นอนแข็งๆ มันทำมาจากอะไรมีผลดีผลเสียเช่นใดต่อร่างกายหาข่าวด้วยที่นอนอย่างต่าง ๆอันนี้ถือว่าจำเป็นมากๆ เพราะจะทำให้คุณมีข้อมูลรู้จริง ไม่ต้องคล้อยตามพนักงานขายแต่อย่างเดียว ด้วยสายและประเภทของที่นอน ขอสังเขปเป็นหมวดเหตุฉะนี้ หมู่แข็ง    ได้แก่ ที่นอนที่ทำจากต้นยางพารา มีความนิ่มและผ่อนดี ความหนักเบามากคงสภาพดี อายุการใช้งานไม่ค่อยนานนัก

สรรพคุณเด่นคือ เก็บความชุ่มชื้นและฝุ่น ระบายโพยมันได้น้อยและยังดูดความชุ่มชื้นได้ดี  เพราะฉะนั้นใครที่ชอบที่นอนยางพาราก็ขอให้นึกตรองให้ดีก่อนอีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ ที่นอนใยมะพร้าว ซึ่งมีรูปร่างค่อนข้างแข็ง ไม่  นุ่มเท่าต้นยางพารา น้ำหนักมากคงสภาพการณ์ดี

ไม่สะสมความชุ่มชื้น ระบายโพยมานได้ดี เพราะด้านในโปร่งต่างจากที่นอนยางพารา  แต่ถ้าชอบที่นอนแข็งขอแนะนำที่นอนใยมะพร้าวจะดีกว่า

 

แผนธุรกิจที่ดีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

news_94

 

แผนธุรกิจ หรือ Business Plan นั้นเป็นเสมือนกรอบแนวทางที่ทำให้การดำเนินการธุรกิจเป็นไปตามแผนงานที่วางเอาไว้ ทำให้ผู้ประกอบการทั่วไปจนถึงผู้ประกอบการรายใหม่มีความคิดและเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังคิดจะขยายกิจการ แผนธุรกิจก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้ร่วมทุน หรือสถาบันการเงินที่คุณต้องกู้ยืมเงินอีกด้วย

การเริ่มธุรกิจนั้นจะต้องประกอบไปด้วยทักษะ 4 ส่วนหลักๆ คือ

1. ความพร้อมในเรื่องคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบการ

2. ความรู้ในเรื่องของสินค้าและบริการที่จะทำ

3. ความรู้ในเรื่องการบริหารคน เงิน และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

4. ความรู้ในเรื่องการวางแผน

แผนธุรกิจก็คือ Roadmap ที่ต่อ Jigsaw สิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างเป็นระบบ โดยจัดทำเป็นเอกสาร และใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกลยุทธ์กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจนั้น

แผนธุรกิจที่ดีจะต้องมองรอบด้านทั้งปัจจัยภายนอก (โอกาส และอุปสรรค) สภาวะการแข่งขัน (คู่แข่ง ลูกค้า Supplier) และมองที่ปัจจัยภายใน ซึ่งผลจากการมองจะช่วยกำหนดทิศทางที่ชัดเจนให้กับธุรกิจนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ได้ ดังนั้นแผนธุรกิจจะต้อง มีการ Update ทุกๆ 3-6 เดือน เมื่อผู้ประกอบการได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่วางแผนธุรกิจ เพียงครั้งเดียวแล้วใช้ไปตลอด มีการรวบรวมสถิติของสาเหตุความล้มเหลวของธุรกิจ มากกว่า 90% มีสาเหตุมาจากขาดการวางแผนธุรกิจที่ดี คือ มักจะใช้ประสบการณ์ หรือ เชื่อในประสบการณ์อย่างเดียว และละเลยการวางแผนธุรกิจเมื่อสภาวะแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนก็มักจะปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นถ้าใช้ประสบการณ์และการวางแผนธุรกิจที่ดีก็จะช่วยลดความเสี่ยงในธุรกิจลงได้มาก

ทำไมต้องพิถีพิถันกับการเขียนแผนธุรกิจ

4

ผู้ที่ริเริ่มจะก่อตั้งธุรกิจใหม่ จำเป็นต้องให้เวลากับการเขียนแผนธุรกิจ เพื่อให้ได้แผนที่ดี ทั้งนี้เพราะ

  1. แผนที่ดีเป็นตัวชี้ว่าผู้เขียนมีความสามารถ ไม่ใช่เพียงแค่ความคิดความฝันเท่านั้น แผนที่ดีจะทำให้ผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ให้กู้แน่ใจว่า ผู้ประกอบการใหม่สามารถทำให้ความคิดและความฝันกลายเป็นความจริงได้หรือไม่
  2. แผนที่ดีชี้ให้เห็นว่าผู้เขียนเป็นมืออาชีพ ความสมบูรณ์ครบถ้วนของแผนจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความสามารถและความใส่ใจเพียงใด เพราะถ้าแผนขอกู้ยังไม่มีคุณภาพ ย่อมคาดหวังไม่ได้กับคุณภาพการประกอบการในอนาคต
  3. แผนที่ดีชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีการเตรียมตัวอย่างดี แผนจะบอกถึงระดับความเตรียมพร้อมในธุรกิจที่จะลงทุน ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความรู้เท่าทันในธุรกิจนั้นๆ ขนาดไหน ยิ่งถ้ามีระดับการเตรียมพร้อมและทางหนีทีไล่มากเท่าไร ยิ่งทำให้ผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ให้กู้รู้สึกเสี่ยงน้อยลงเท่านั้น
  4. แผนที่ดีเผยให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์ คือเป็นผู้เล็งการณ์ไกล และมีวิธีจะจัดการกับสิ่งท้าทายในอนาคต แผนธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ซึ่งแผนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในอนาคตของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในองค์กร รวมทั้งเป็นประโยชน์แก่สถาบันการเงินและนักลงทุนภายนอกที่จะเป็นแหล่งเงินทุนให้แก่กิจการในอนาคตได้ โดยปกติแผนธุรกิจจะบอกให้เราทราบว่าปัจจุบันเราเดินอยู่ ตรงไหน อนาคตจะไปอยู่ที่ใด ด้วยวิธีการอย่างไร

เทคนิคการทำธุรกิจเครือค่ายในยุคปัจจุบัน

การทำธุรกิจเครือข่ายในยุคปัจจุบัน ที่คุณสามารถสร้างอิสภาพทางการเงินได้ให้ประสบความสำเร็จ มีเคล็ดลับสำคัญอยู่ 7 ประการก็คือ

original_internet

1.ตัวคุณเอง คุณในฐานะเจ้าของธุรกิจ เพราะถ้าคุณรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณเป็นคนสร้างธุรกิจด้วยตัวคุณเอง ไม่ฝากธุรกิจไว้กับใคร คุณจะทำทุกอย่างเหมือนที่เจ้าของบริษัททำ คุณจะตั้งใจเรียนรู้ ลงมือทำ หาวิธีการต่างๆเพื่อให้คุณและทีมงานประสบความสำเร็จ คุณจะไม่กลัวความยากลำบาก ทนต่อคำปฏิเสธ เรียนรู้จากความล้มเหลว มีทัศนคติของผู้ชนะ (Winning Attitude) และพร้อมที่จะลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอๆ

2.ความเป็นผู้นำ ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ไม่ว่าคุณจะสร้างธุรกิจแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ตาม หากคุณเป็นผู้นำตัวจริง ผู้คนจะตามคุณ หากไม่ใช่ ผู้คนก็จะถอยห่าง การเป็นแบบอย่าง การสร้างสายสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างทีมอย่างยิ่ง ทั้งนี้ความเป็นผู้นำที่สำคัญในธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่การสั่งงานตามสายการบังคับบัญชา แต่หมายถึงการให้ การเป็นแบบอย่าง การสอนงาน ให้ความรู้ และความอยากให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จด้วยความจริงใจ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดความแคลงใจว่าคุณกำลังต้องการผลประโยชน์จากเขาเพียงฝ่ายเดียว ความเป็นผู้นำของคุณก็จะสูญสิ้นไป

3.ทีมที่คุณเข้าร่วม อย่าลืมว่าเมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายนั้น คุณยังทำอะไรไม่เป็น บริษัทธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่จะไม่สอนวิธีการดำเนินธุรกิจให้คุณ แต่ทีมที่พาคุณเข้าธุรกิจจะเป็นผู้ที่คอยสอนงาน และแนะนำวิธีการทำงานให้คุณ หากคุณร่วมกับทีมที่มีความซื่อสัตย์ พยายามสร้างความสำเร็จให้คนในทีม มีแนวคิดการทำงานแบบคนฝั่งขวา ก็คือการสร้างระบบ ให้เกิดการเลียบแบบทำซ้ำได้จริง มีระบบการเรียนการสอนเสมือนโรงเรียนสอนธุรกิจ ก็จะทำให้คุณและคนของคุณทำงานเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงทาง

4.อย่าคิดเติบโตทางลัด คิดเสมอว่าคุณกำลังสร้าง Passive Income นั่นก็คือการสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว ในธุรกิจเครือข่ายนั้น สิ่งที่คุณกำลังลงทุนสร้างก็คือผู้คนที่คุณสร้างคุณค่าให้ และพัฒนาทักษะของเขาให้เป็นผู้นำ และมีระบบเทรนนิ่งให้พวกเขาสามารถสร้างผู้นำรุ่นต่อๆไปได้ ซึ่งต้องใช้เวลา หาใช่ยอดธุรกิจหรือยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหากไม่มีผู้นำ นักธุรกิจเครือข่ายหลายคนหลงในกระแสอยากสำเร็จเร็ว ขึ้นตำแหน่งเร็วจากแรงโมติเวทสร้างยอดธุรกิจ สุดท้ายก็ต้องสต็อกสินค้าเต็มบ้าน หรือซ้ำร้ายก็ยุให้ดาวน์ไลน์ซื้อของเยอะๆ เสียความสัมพันธ์ ทำให้กระแสเงินสดติดลบ เป็นหนี้ ขาดทุนเจ็บปวดจากธุรกิจ และรังเกียจธุรกิจเครือข่ายไป

5.รักการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ความรู้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจทุกประเภท ไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหนที่ไม่มีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ เจ้าของธุรกิจที่มีความรู้และการฝึกฝนมากกว่า ก็ย่อมมีความชำนาญ และมีความสามารถในการปรับใช้ความรู้นั้นกับธุรกิจของตน การเรียนรู้ การรักการอ่าน ช่วยเรื่องของแนวคิด การทีมีแนวคิดที่ถูกต้อง คุณย่อมสามารถถ่ายทอดแนวคิดปลูกฝังลงในองค์กรเครือข่ายของคุณได้ ดังนั่น การเรียนการพัฒนาตัวเองจะช่วยให้คุณและธุรกิจของคุณไม่อยู่นิ่ง มีความก้าวหน้าเสมอๆ

6.เทคโนโลยี ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมานาน ในโลกนี้มีการพัฒนาด้านการตลาดใหม่ๆมากมาย แต่ในโลกธุรกิจเครือข่าย กลับมีการพัฒนาช้ามาก การทำธุรกิจเครือข่ายมักได้รับการสอนจากอัพไลน์รุ่นก่อนๆต่อเนื่องกันมา การทำธุรกิจยังเป็นแบบ Old School เช่นเดิม นักธุรกิจเครือข่ายกว่า 99 % ไม่มีความรู้เรื่องการตลาด จริงๆแล้วนักธุรกิจเครือข่ายชั้นนำในโลกนี้รุ่นใหม่ๆ ใช้วิธีการที่เรียกว่า New School ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ต่างใช้การตลาดที่เรียกว่า Attraction Marketing หรือการตลาดดึงดูด โดยการใช้เทคโนโลยีออนไลน์เป็นเครื่องมือในการทำตลาด เพียงแต่คุณต้องกล้าเรียนรู้ กล้าเปลี่ยนแปลงกับสิ่งใหม่ๆเท่านั้น

7.หากคุณสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจเครือข่ายแล้ว อย่าลืมว่า การสร้างกระแสเงินสดที่เป็น Passive Income นั้นไม่ได้มีเพียงธุรกิจเครือข่ายเพียงอย่างเดียว คุณควรศึกษาหาความรู้การสร้าง Passive Income แบบอื่นๆด้วย มีนักธุรกิจเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้หลายท่าน สามารถนำกระแสเงินสดที่เกิดจากธุรกิจเครือข่าย ไปต่อยอดสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนอื่นๆ หรือผันตัวเองจาก B (Business Owner) ไปเป็น I (Investor) ได้ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร และสามารถจัด Portfolio ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้

แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถสร้าง Passive Income จากธุรกิจเครือข่ายได้จำนวนมากพอ ที่สร้างกระแสเงินสดให้คุณไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อนั้น คุณก็สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นได้ (High Risk, High Return) ซึ่งต่างกับการลงทุนด้วยเงินเก็บของคุณที่คุณเก็บหอมรอมริบไว้จาการทำงาน ซึ่งหากพลาดไปก็เป็นการยากที่คุณจะสามารถรับความเสี่ยงได้

บางสิ่งที่แผนการตลาดที่ดีจะต้องมีในการทำธุรกิจ

ในการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจมีหลักการ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ และทิศทางการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ มุ่งเน้นให้ผู้ที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจค้าปลีก หรืออุตสาหกรรมในครอบครัว ได้มีโอกาสศึกษาทำความเข้าใจลักษณะของแผนธุรกิจและ การเตรียมตัวก่อนทำธุรกิจ และเป็นแนวทางในการจัดทำแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจมีความรู้ความเข้าใจลักษณะของแผนธุรกิจที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจค้าปลีกหรือผู้ประกอบการ SMEs จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ซึ่งแผนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในอนาคตของผู้บริหารรวมทั้งเป็นประโยชน์แก่สถาบันการเงินและนักลงทุนภายนอก ที่จะเป็นแหล่งเงินทุน ให้แก่กิจการในอนาคตได้ โดยปกติแผนธุรกิจ จะบอกให้เราทราบว่าปัจจุบันเราเดินอยู่ ตรงไหน อนาคตจะไปอยู่ที่ใด ด้วยวิธีการอย่างไรโดยทั่วไป

1.ผลการวิเคราะห์สถานการณ์การแข่งขันของตลาดเป้าหมาย
เมื่อสรุปและและรวบรวมข้อมูลได้แล้วสิ่งต่อไปที่ผู้ประกอบการจะต้องแสดงในแผนการตลาดอีกเรื่องคือสภาวะการแข่งขันในตลาด ทั้งนี้เหตุผลที่ต้องวิเคราะห์เพราะผู้ประกอบการยังไม่สามารถวางตำแหน่ง ของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคา ช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสมกับธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมที่เราจะดำเนินการ เพื่อความละเอียดในการวิเคราะห์ให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือ ถูกต้องแม่นยำมากที่สุดจะต้องแยกออกส่วนเป็น 4 ส่วนย่อยดังนี้

ก.ตลาดมวลชน (Mass Market) ถือว่าเป็นตลาดที่มีผู้ซื้อจำนวนมากที่สุด ส่วนมากแล้วสินค้าจะเป็นสินค้าที่ต้องผลิตจำนวนมาก เพราะตลาดมวลชนเป็นตลาดที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ การผลิตจำนวนมากนี้เองจะเป็นผลก่อให้เกิดความประหยัดอันเนื่องมาจากขนาดผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดย่อมสามารถต่อรองราคากับผู้ส่งมอบสินค้า ( Supplier/ Vendor)ได้ ทำให้ต้นทุนขายสินค้าลดลง และผู้ประกอบการยังสามารถลดราคาสินค้าได้ต่ำกว่าคู่แข่งขันอีกด้วย ถ้าหากเลือกลูกค้าเป้าหมายในตลาดนี้ การเลือกที่จะวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ควรที่จะขายในราคาย่อมเยาหีบห่อ การบรรจุภัณฑ์ควรเรียบง่ายไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันมาก สามารถวางขายในร้านค้าทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าสินค้าจะต้องมีต้นทุนต่ำ สามารถทำการจัดซื้อได้โดยง่าย และในปริมาณที่มากเพียงพอกับความต้องการของตลาด เช่น น้ำพริกบรรจุกระป๋อง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
ข. ตลาดท้องถิ่น (Local Market)เป็นตลาดที่มีผู้ซื้อในท้องถิ่น สินค้าจะเป็นสินค้าเหมาะกับท้องถิ่นบางแห่งเท่านั้น เพราะตลาดท้องถิ่นเป็นตลาดที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก การผลิตจำนวนน้อย เพราะสินค้าเป็นสินค้าที่มีความเฉพาะตัวที่เหมาะสมกับลูกค้าในท้องถิ่นนั้น ๆ เท่านั้น เช่นสินค้าที่ทำจากเนื้อสุกรอาจเหมาะสมกับท้องถิ่นที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ แต่ไม่เหมาะสำหรับชุมชนชาวอิสลาม เป็นต้นทำการจัดซื้อได้โดยง่าย และในปริมาณที่มากเพียงพอกับความต้องการของตลาด เช่น น้ำพริกบรรจุกระป๋อง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
ค.ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Nich Market) หมายถึง ตลาดที่มีผู้ต้องการในสินค้าและบริการเพียงกลุ่ม ๆ หนึ่ง ขนาดตลาดไม่ใหญ่พอแต่ผู้ซื้อในตลาดนี้มีอำนาจซื้อมากเกินพอ และพร้อมที่จะจ่ายในราคาแพง สินค้าเช่น รถเบ็นซ์ นาฬิกาโลเหล็ก เป็นต้น

2. ผลการวิจัยตลาดเบื้องต้น
คือผลที่ได้จากการสำรวจตลาด จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่ามีต้องการในสินค้าและบริการแบบใด ตลอดจนพฤติกรรม ทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง